ReadyPlanet.com


แลกเปลี่ยนทางธรรม
avatar
นมัสการ


กราบนมัสการพระอาจารย์

จิตที่ เห็นแต่ความเป็นไป เห็นแล้วถอยออกมาเป็นผู้ดู  เห็นอารมณ์ทุกอย่างเกิดขึ้น ดับไป ให้เห็นเป็นลักษณะต่างๆ ก็ได้แต่ตามดู อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ ขอความเมตตาพระอาจารย์ช่วยชี้แนะด้วย



ผู้ตั้งกระทู้ นมัสการ :: วันที่ลงประกาศ 2018-01-08 21:17:26 IP : 114.109.146.86


1

ความคิดเห็นที่ 1 (4097493)
avatar
ชินวงส์

 ถูกต้องแล้ว

เพราะจิตเห็นเองว่า ทำอะไรไม่ได้ จึงต้องยอมรับไปตามธรรมดาอย่างนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น ชินวงส์ วันที่ตอบ 2018-01-11 00:36:42 IP : 103.18.170.246


ความคิดเห็นที่ 2 (4097527)
avatar
นมัสการ

 กราบขอบพระคุณ

ผู้แสดงความคิดเห็น นมัสการ วันที่ตอบ 2018-01-11 09:26:26 IP : 49.229.75.165


ความคิดเห็นที่ 3 (4097906)
avatar
นมัสการ

กราบเรียนถาม. อ่านแล้วยังไม่เข้าใจ พระอาจารย์ช่วยขยายความให้อีกสักหน่อย กราบขอบพระคุณ

ผู้แสดงความคิดเห็น นมัสการ วันที่ตอบ 2018-01-12 19:51:00 IP : 49.229.90.162


ความคิดเห็นที่ 4 (4098917)
avatar
Nothingelse

 จิตไม่มี มีแต่ความคิดปรุงแต่ง ให้ท่านวางธุระจากทุกๆความคิดปรุงแต่งในทุกๆอย่างเสีย ทุกอย่างจะปรากฎต่อหน้าท่าน แค่ลืมตาขึ้นท่านก็จะเห็นมันอย่างเงียบเชียบมิอาจปริปากพูด...เช่นนั้นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Nothingelse วันที่ตอบ 2018-01-18 21:06:09 IP : 171.97.75.19


ความคิดเห็นที่ 5 (4098943)
avatar
ชินวงส์

 เห็นอย่างที่จิตเห็น เป็นอย่างที่มันเป็น ไม่ตาม ไม่ต้าน ไม่เป็นอะไรไปกับมัน ปล่อยให้ธรรมชาติของรูปนามเป็นไปอย่างนั้น 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชินวงส์ วันที่ตอบ 2018-01-19 03:51:38 IP : 103.18.170.115


ความคิดเห็นที่ 6 (4098953)
avatar
นมัสการ

กราบนมัสการขอบพระคุณ เห็นไปตามที่จิตเห็น ให้มันเป็นเช่นนั้นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น นมัสการ วันที่ตอบ 2018-01-19 08:08:34 IP : 114.109.146.86


ความคิดเห็นที่ 7 (4098958)
avatar
นมัสการ

  คุณNothingelse 

ขออนุญาติแสดงความเห็นต่างนะ ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า คนประกอบไปด้วยกายและจิต

การที่จิตไม่มีเป็นไปไม่ได้แน่

การคิดปรุงแต่งก็ประกอบไปด้วยจิตที่คิด

ลองศึกษาดูอีกสักครั้ง

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นมัสการ วันที่ตอบ 2018-01-19 08:48:47 IP : 182.232.232.156


ความคิดเห็นที่ 8 (4101944)
avatar
์Nothingelse

เรียน คุณนมัสการ (ความคิดเห็นที่่ 7)

ไม่มีถูกและก็ไม่มีผิด เพราะทั้งถูกและผิดคือคิดปรุงแต่ง

ไม่มีสุขและก็ไม่มีทุกข์ เพราะทั้งสุขและทุกข์คือคิดปรุงแต่ง

ไม่มีคนนั่น คนนี่ ไม่มีใคร ไม่มีกาย ไม่มีจิต ไม่มีจุด ไม่มีดวง เพราะถ้ามีก็เราคิดปรุงแต่ง

ไม่มีอะไรให้ยึดถือ ไม่มีอะไรให้ผูกพัน ก็ถ้ามีเรานั่นเองที่คิดปรุงแต่งขึ้นมา

ไม่มีอะไรให้ลุถึง ไม่มีอะไรให้พากเพียรปฏิบัติ ก็เพราะนัั่นเท่ากับว่าท่านสร้างอะไรๆ ขึ้นมาจากความคิดปรุงแต่งของท่านอีกแล้ว

(ขอยกตัวอย่างที่ท่านชินวงศ์ เคยอธิบายไว้แล้วเรื่องการไม่มีตัวตน ก็อะไรเป็นตัวท่านเล่า อวัยวะไหน เซลล์ไหน อะตอมไหนเล่า ที่เป็นเรา เรากลับสมมุติบัญญัติและหลงสมมุติบัญญัติเป็นของจริงว่านี่ตัวกู...ไปเสียเอง ยกตัวอย่างเช่น ต้นไม้มันไม่เคยบอกว่ามันเป็นอะไร มันไม่เคยมีความคิดปรุงแต่งจากมันแล่นมาใส่กบาลเรา มันเกิดขึ้น เติบโต ผลัดใบ โดนโรคแมลงจนตายไปตามธรรมดาตามธรรมชาติของมันอยู่อย่างนั้นเอง แต่เราต่างหากที่ไปมีผัสสะต่อสิ่งที่ถูกเรียกว่าต้นไม้ แล้วมโนความคิดปรุงแต่งขึ้นมา แล้วก็เป็นบ้ากับมันไปต่างๆ นาๆ ตามแต่พฤติของจิตและพฤติของกายนั้น...เฮ้อ..! เราจงมองไปรอบตัว มองทุกอย่างแค่เพียงปรากฎการณ์ มองให้เห็นว่ามันว่างเปล่า ปราศจากการปรุงแต่ง มันเป็นเช่นนั้นมานานแล้ว ปัญหาคือเรา เราเอง....)

เพราะคิดปรุงแต่ง ท่านจึงออกจากปรกติ ท่านจึงมีมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ท่านจึงมีเวลา มีโลก มีอารมณ์ มีกรรม มีเกิด มีตาย มีภพภูมิ มีความหลง ความยึดมั่นถือมั่น มีใจไปผูกพัน มีการปฏิบัติรูปแบบต่างๆ มีกู มีของกู  มีสารพัดมีจนมองกลับมาไม่เห็นเค้าเดิมของความปรกติกันเลย ก็สืบโลกสร้างโลกสร้างทุกข์ให้แก่ตัวเองสืบไป

สิ่งหนึ่งซึ่งไม่มีการมาและการไป ไม่อาศัยสิ่งใดนั้นมีอยู่ต่อหน้าเรามันอยู่ต่อหน้าเรามานานแล้ว เรามัวแต่สร้างมายาขึ้นมาฉาบทาทุกๆ สิ่งไว้...ด้วยเราเอง ขอท่านเพียงว่างเว้นจากความคิดปรุงแต่ง(พฤติของจิต)อย่างหมดจดแม้เพียงชั่วแว๊บเดียว.....เอวัง

ผู้แสดงความคิดเห็น ์Nothingelse วันที่ตอบ 2018-02-06 11:28:59 IP : 1.0.204.162


ความคิดเห็นที่ 9 (4129326)
avatar
เห็นด้วย

คำพูด  พูดอย่างไรก้ได้ การเขียนจะเขียนอย่างไรก็ได้ 

การปฎิบัติต้องปฏิบัติให้ถูกจึงจะเห็นได้

สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วย วันที่ตอบ 2018-08-02 20:46:14 IP : 49.231.146.254


ความคิดเห็นที่ 10 (4129327)
avatar
เห็นด้วย

ได้ฟังพระท่านเทศน์มา   ว่าพระพุทธเจ้าอุปมา การเห็นกายกับจิตแยกกันได้นั้น เหมือนกับเอาเมล็ดพันธ์ผักกาด 1  เมล็ด ซึ่งเล็กมากกว่าเมล็ดงา เอาไปทิ้งในป่าใหญ่  ซึ่งมีทั้งต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้เล็ก วัชพืช ใบไม้ ซากสิ่งต่างๆทับถมกันอยู่บนดิน  แล้วให้เราเดินเท้าเข้าไปเสาะหาเมล็ดพันธ์ผักกาดที่ท่านท้ิงไปนั้น  คิดดูเถิดว่าจะยากขนาดไหนกว่าจะหาได้ แค่เราทำตกอยู่ในแปลงผักก็แทบจะหาไม่เจอแล้ว นี่เป็นป่าใหญ่ทึบ

ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะคิดได้ว่า การเห็นแยกกายกับจิตได้นั้น เป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง 

แต่ก้ไม่พ้นวิสัย เพราะมีหลักฐานมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลแล้วว่ามีผู้ที่กระทำได้ และยังกระทำต่อไปจนพ้นโลกีวิสัย

ดังว่าเราเองก้อาจกระทำได้ ถ้ามีความเพียร มีความเห็นที่ถูกตรง คงมีสักชาติหนึ่ง

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วย วันที่ตอบ 2018-08-02 21:00:02 IP : 49.231.146.254


ความคิดเห็นที่ 11 (4142069)
avatar
์Nothingelse

 อะไรคือวัด อะไรคือพระ? (เชิญชวนแสดงทัศนะในหัวข้อนี้...แลกเปลี่ยนทางธรรม)

ผู้แสดงความคิดเห็น ์Nothingelse วันที่ตอบ 2018-10-20 15:04:13 IP : 182.53.70.60



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.