ReadyPlanet.com


สอบถามการเจริญวิปัสนา
avatar
ศุวิล ชื่นโกมล


 ได้มีโอกาสเข้าไปบวชวัดวังหิน วันที่30ธันวาคมถึง14มกราคม แล้วได้ลองปฎิบัติอย่างตั้งใจจนวันสึก อาการแรกๆที่รู้สึกคือนั่ง15นาทีแล้วขาชาปวดหลัง แต่สุดท้ายตอนนี้นั่งได้1ชั่วโมงเต็มแล้วครับ(ถ้านั่งถูกท่า)

การปฎิบัติในช่วงแรงจะมีอารมเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก ปฎิบัติได้สามวันติดต่อกัน รู้สึกว่ากลายเป็นคนหวาดกลัวผิดปกติ ก็แค่รู้กับมันไปผ่านไปสองวันจนผ่านอารมหวาดกลัวกลายมาเป็นมีความสุขผ่านไปสองวันกลายเป็นคนหงุดหงิดโมโหง่ายจนล่าสุดได้ปฎิบัติหนักขึ้นตาทคำแนะนำของพระอาจารย์ภูชงคือเดินจงกลมเช้าแล้วนั่งสมาธิ เดินบ่ายแล้วนั่งสมาธิ เดินหลังทำวัดเย็นแล้วนั่งสมาธิ(ทำมาติดต่อกันประมาณ7วันหลังก่อนสึกบางเวลาอาจไม่ได้ปฎิบัติบ้างแต่คร่าวๆก็ทำแบบนี้)

ในตอนนี้ก็อารมปกติแล้วคือมีอารมเหมือนมนุษย์ทั่วไปและสึกมาก็เริ่มปฎิบัติในชีวิตประจำวันได้ในการรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่แทบจะ50%ของเวลารู้สึกตัวทัังหมด

ได้มีโอการส่งอารมกับหลายท่านแล้ว แต่ท่านภูชงแนะนำมาว่าให้ตั้งกระทู้ถามโดยตรงอีกทาง 

จึงอยากจะกราบเรียนถามว่า 

1.การปฎิบัติหากนั่งสมาธิในตอนนี้คือกำหนดอาการหลักคือลมหายใจแล้วพอมผัสสะการกระทบที่เด่นชัดก็ไปรู้กับผัสสะนั้น เช่น ร้อน ง่วง หิว เบื่อ ได้ยิน เห็น แล้วก็กลับมาที่อาการเดิมคือลมหายใจ หากผัสสะนั้นเด่นชัดต่อเนื่องเช่น เสียงพัดลมดังต่อเนื่อง เห็นภาพต่อเนื่อง คิดต่อเนื่อง ก็ไปรู้กับมันละกลับมาที่อาการหลักอยู่เรื่อยๆ 

ส่วนการเดินจงกลมก็ทำคล้ายๆกันแค่กำหนดอาการหลักคือเท้าที่สัมพัสและขยับ ต่างกันคือ ดวงตาถ้าเห็นแล้วรู้สึกเด่นชัดก็รู้กับมันแต่ว่าพยายามไม่ใช่ความคิดตั้งชื่อให้มันว่าเห็นอะไร เช่นเห็นนกก็รู้ว่าเห็นแล้วก็กลับมาอาการหลัก

ปฎิบัติแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ ?

2.ปฎิบัติในช่วงหลังและในปัจจุบันนี้คือ มีอาการแขนหาย จากนั้นขาหายตามมา แล้วเห็นภาพแปลกๆที่ไม่น่าจะเคยเห็นมาก่อน เราไปแค่รู้กับมัน มันก็ไม่หาย บางครั้งรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรวิ่งอยู่ข้างในส่วนที่หายไปช่วงหลังนั่งทีไรสัก5นาทีก็เริ่มมือกะขาก็เริ่มหายละส่วนอารมในตอนนั้นคือหวาดกลัว ตกใจ อยากรู้ เฉยๆ แล้วแต่ครั้ง จึงอยากเรียนถามว่าอาการเหล่านี้มันคืออะไร? ปลายทางมันคืออะไร? ควรจะปฎิบัติอย่างไรต่อ 

 

ปล. ส่วนตัวแล้วเป็นพุทธิจริต นี้ก็เป็นเหตุนึงให้ลองปฎิบัติดู คือฟังแล้วไม่ค่อยเชื่อเท่าไร+ความอึ้งในคำสอนของพระพุทธเจ้าว่าเมื่อ2000กว่าปีก่อนว่าสอนได้ขนาดนี้เลยหรอ ขนาดเรื่องการดำเนินชีวิตยังสอนได้(ได้เรียนรู้คำสอนเพราะพระอาจารย์วิเชียร ตอนช่วงสวดมนต์ข้ามปีนี้แหละ ฟังความหมายทุกบทคิดตามทึกคำพูดรู้สึกว่ามันเป็นคำสอนที่ลึกซึ้งมาก) ก็เลยลองพิสูจน์ดู ปรากฏว่าได้ตามนี้ 

รบกวนชี้แนะด้วยครับ



ผู้ตั้งกระทู้ ศุวิล ชื่นโกมล (suwil-dot-ch-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2018-01-16 07:47:51 IP : 1.47.201.27


1

ความคิดเห็นที่ 1 (4098916)
avatar
์Nothingelse

 เมื่อทุกสิ่งมันไม่เคยมีมาก่อน มันว่างเปล่า มันปราศจาก มันแจ่มจ้าและมันอยู่ต่อหน้าเราตลอดเวลาอยู่อย่างนั้น แล้วท่านไปแต่งแต้มหรือพากเพียรด้วยรูปธรรมและนามธรรมอะไรเพื่อให้ไปปิดไปบังมันอีกเล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น ์Nothingelse วันที่ตอบ 2018-01-18 20:59:11 IP : 171.97.75.19


ความคิดเห็นที่ 2 (4098942)
avatar
ชินวงส์

 ๑.สักว่า แค่รู้ ปล่อยให้มันเป็นไป แล้วตามรู้เท่านั้น

๒.จะมีอาการทางใจ หรือทางกายอย่างไร เป็นเพียงธรรมชาติที่แสดงตัวให้จิตเห็น ให้สติและสัมปชัญญะได้พิจารณาเท่านั้น ไม่เอาอะไรกับมันทั้งสิ้น ไม่มีถูก ไม่มีผิด ไม่ใช่เรา. ไม่ใช่เขา วางใจอย่างนี้ได้ การปฏิบัติไม่มีทางผิดทางแน่นอน

ผู้แสดงความคิดเห็น ชินวงส์ วันที่ตอบ 2018-01-19 03:48:54 IP : 103.18.170.115


ความคิดเห็นที่ 3 (4099213)
avatar
ศุวิล ชื่นโกมล

 ขอบพระคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศุวิล ชื่นโกมล (suwil-dot-ch-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2018-01-20 23:28:57 IP : 1.46.33.2



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.