ReadyPlanet.com


ภาวนา
avatar
สุธิเดช


กราบนมัสการพระอาจารย์ และกัลยาณมิตรทุกท่าน

ไม่ได้เข้ามาคุยในบอร์ดนี้สักพักแล้ว เพื่อนๆกัลยาณมิตรเป็นอย่างไรบ้างครับ

วันนี้มาขอคุยเกี่ยวกับเรื่องการภาวนาของตัวเองให้เพื่อนๆกัลยาณมิตรได้อ่าน และแสดงความเห็นได้เป็นปกติครับ ผมเริ่มต้นมาวัดวังหิน เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ และก็ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด น้อยบ้าง มากบ้าง จนถึงปัจจุบันนี้  เกี่ยวกับประวัติที่เคยไปปฏิบัติธรรมสำนักต่างๆดังนี้  1.ไปงานจิบน้ำชากับ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ประมาณ 3 ครั้ง  2.ไปโกแองก้า (พิษณุโลก) 1 ครั้ง  3.ไปวัดหลวงพ่อจรัญ (ทั้งครอบครัว) 1 ครั้ง 4. บวช กับหลวงปู่หลวง กตบุญโญ (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต ประมาณ 1 ปี 5. บวช กับพระอาจารย์เยื้อน ขันติพโล ประมาณ 72 วัน  นอกนั้นก็อยู่วัดวังหิน เข้าๆ ออกๆ ตามวันที่ว่างจากธุระ  ประสบการณ์ก็มีเท่านี้

ครูบาอาจารย์ทุกสำนักท่านสอนดีหมด เพี่ยงแต่เราจะหยิบส่วนไหนที่เราฟังแล้วเข้าใจมาปฏิบัติเท่านั้นเอง

ส่วนตัวกระผมแล้ว เริ่มต้นมาจากพระกรรมฐาน คือนั่งสมาธิ (ทำสมถะ) ให้จิตตั้งมั่น ก็ได้ระดับหนึ่ง(ไม่เคยเรียนปริยัติ..เลย)  จนกระทั่งเข้ามาในวัดวังหิน พระอาจารย์มหาวิเชียร ฯ ได้สอน เรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา  กระผมจึงเหมือนเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ปี 2553 โดยเริ่มจากศีล๕ ช่วงแรกๆก็ระวังกลัวจะผิดศีล แต่ปัจจุบันเข้าใจมากขึ้นและไม่เคยระเมิดศีลแม้แต่ครั้งเดียว ปัจจุบันก็แค่สังเกตุเวลา ยุง หรือ มด กัด  จิตของเราขุ่นมัว หรือโมโห หรือเปล่า (ดูแล้วจิตเป็นปกติ ถึงจะโดนยุงกัด หรือมดกัด)  ทำควบคุู่กับการเจริญสมาธิ และวิปัสสนา

การทำสมถะก็ได้ด้วยดีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ และก็ตามด้วยวิปัสสนา พิจารณากายในกาย แยกรูป แยกนาม ทำอย่างนี้มาตลอดเวลาจน ต้นปี 2558

ก็มาใช้วิธีดูจิต (ดูความคิด) อยู่กับปัจจุบัน เห็นความคิดกุศล อกุศล เห็นความคิดดีใจ เสียใจ เฉยๆ ทำจนกระทั้งปัจจุบัน (เหตุจากการเห็นความคิดกุศล อกุศล ทำให้สติสัมปชัญญะไวต่อผัสสะ เห็นแล้วไม่คิดต่อ ได้ยินแล้วไม่คิดต่อ อะไรทำนองนี้ คือเกิดที่ผัสสะ แล้วดับที่ผัสสะ นี่คือผลที่ได้กระทำมา แค่รู้ และ ไม่มีอะไร เป็นอะไร ทั้งสิน

จิตสามารถกระทบ อนิจจัง ทุกขัง อนันตา บ้างเป็นบางอารมณ์  และมองเห็นเหตุแห่งสมุทัย ทำให้ทุกข์น้อยลง และพยายามสร้างเหตุอันเป็น กุศลจิต ไปเรื่อยๆ  จนสามารถ เห็น จิตกุศลเกิด จิตกุศลดับ (แต่ปัจจุบันยังทำไม่ได้เต็ม100นี่สิ)   ก็ต้องพยายามต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

เพื่อนๆ มีอะไรจะแนะนำ เชิญได้ตามสบายนะครับ  



ผู้ตั้งกระทู้ สุธิเดช :: วันที่ลงประกาศ 2015-09-30 15:01:39 IP : 180.183.63.11


1

ความคิดเห็นที่ 1 (3437992)
avatar
สุธิเดช

 วันที่ 6 ของการเข้ามาฝึกจิต ที่วัดวังหิน

ช่วงวันแรกรู้สึกบำลากนิดหน่อยเพราะยังติดสุขอยู่ (เคยมานอนที่วัดเกิน 10 ครั้งแล้ว) เพราะอยู่ที่บ้านจะสะดวกกว่าอยู่ที่วัด แต่ความเป็นส่วนตัว (อยู่ผู้เดียว) อยู่ที่วัดดีกว่ามากเลย ทำให้มีเวลาไตร่ตรองพิจารณาในธรรม ที่ยังคิดว่าติดขัดอยู่ มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น

ช่วงวันที่สองก็ปรับสภาพได้ จิตกับการปฏิบัติเริ่มเข้าที่เข้าทาง มีแต่การนั่งสมาธิเท่านั้นที่ยังไม่คล่องเพราะหยุดการนั่งสมาธิยาวมานานหลายเดือน พอกลับมานั่งใหม่มันทรมารปวดมาก จนเข้าคืนวันที่ 3 สมาธิต่างๆจึงคืนตัวกลับมาเหมือนเดิม และการเห็นความคิดก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆเพราะมีผัสสะน้อยขณะอยู่ในวัด

ทำข้อวัตรปฏิบัติเสร็จ ก็เป็นเวลาส่วนตัว จะเดิน จะนั่ง ได้อย่างอิสระเพราะเป็นที่สัปปายะ และกัลยาณมิตรในวัดก็ดียิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้จิตเป็นสุขการปฏิบัติก็คล่องตัวไปด้วย (แต่ตัวเราเองก็ต้องเป็นคนคิดดี ทำดีด้วย)

การปฏิบัติต่างๆขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองเป็นหลัก ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คือเหมือนกินยา

ก็ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจแล้วก็กิน

เขาให้กินครั้งละ 1 เม็ด 3 เวลา เช้า กลาง วัน เย็น...แต่เราอยากเร่งให้ไวๆ กินมัน 3 เม็ด 3 เวลา กินเกินขนาดไป สมองจะระเบิด ก็เหมือนปฏิบัติธรรม เร่งมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดี ทำพอเหมาะพอควรกับจิต กับร่างกาย

สภาพจิตในแต่ละวัน มีกุศลบ้าง อกุศลบ้าง เป็นธรรมดา แต่เห็นความคิดทั้งหมด แค่รู้ ไม่ทำอะไร ไม่เข้าไปยุ่งกับความคิดทั้งหลาย แค่ดูมันเกิด และมันดับ ว่าแต่ละขณะจิต มันเร็ว มันช้า แค่ไหน โอ้ย..ถ้าไม่รู้ธรรมไว้บ้างลำบากแน่ เพราะจิตมันเกิดมันดับตลอดเวลา เมื่อจิตเกิดภพเกิด

ยิ่งถ้าไม่เคยฝึกมาด้วย เมื่อจิตอกุศลเกิดและปล่อยให้มันปรุงแต่งไปยาวนาน ภพนั้นก็จะยาวนานไปด้วย(ภพแห่งบาป) และถ้าจิตเป็นอกุศลบ่อยๆ แล้วตายไป เป้าหมายที่ได้ก็คงเป็น ทุกข์คติภูมิ ซึ่งยาวนานมากกว่าภพมนุษย์หลายหมื่นปี

ถ้าท่านยอมลำบากแค่ไม่เกิน 100 ปี ทวนกระแสทางโลก เข้าสู่ทางธรรม หรือควบคู่กันไป ก็จะทำให้การดำเนินชีวิตดีขึ้น มีคุณค่าขึ้น (ยิ่งรู้อริยสัจ๔) ก็จะทำให้เข้าใจทุกข์ เห็นทุกข์ แต่ไม่เป็นทุกข์  มีจิตโน้มไปทางธรรม(กุศล)มากขึ้น เป้าหมายที่ได้ก็คงเป็น สุขคติภูมิ

ทาน ศีล ภาวนา เป็นเครื่องอยู่ของมนุษย์

ผู้แสดงความคิดเห็น สุธิเดช วันที่ตอบ 2015-10-01 08:09:37 IP : 180.183.63.11



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.